
ร้านเค้กเดลิเวอรี่ที่ต้องการส่งเค้กไอศกรีมให้ลูกค้าไกล ๆ คำถามแรกที่หลายคนน่าจะคิดเหมือนกันคือ ใส่ถุงเก็บความเย็นแล้ว เค้กไอศกรีมจะอยู่ได้กี่ชั่วโมง? ถุงเก็บความเย็นช่วยชะลอการละลายได้ แต่ควรใช้ร่วมกับเจลเย็นหรือ Ice Pack เพราะตัวถุงไม่ได้สร้างความเย็นขึ้นมาเอง หน้าที่หลักของถุงคือช่วยลดความร้อนจากภายนอกที่เข้ามาด้านใน และช่วยรักษาอุณหภูมิของสิ่งที่เราใส่ไว้ให้นานขึ้น
ถ้าเดินทาง 1–2 ชั่วโมงขึ้นไป ยิ่งต้องให้ความสำคัญกับจำนวนเจลเย็น คุณภาพของฉนวน ขนาดถุง และอุณหภูมิด้านนอก เพราะเค้กไอศกรีมต้องการอุณหภูมิที่ต่ำมากกว่าการแค่ทำให้อาหาร “เย็น” ธรรมดา

ถ้าต้องใช้สำหรับขนส่งเดลิเวอรี่ใกล้ ๆ ถุงเก็บความเย็นอย่างเดียวอาจช่วยชะลอความร้อนได้ระดับหนึ่ง แต่ถ้าส่งเดลิเวอรี่เดินทางหลายชั่วโมง การใช้ถุงความเย็นเพียงอย่างเดียวคงไม่พอ เพราะเมื่อใส่เค้กที่เย็นจัดลงไป ความร้อนจากอากาศภายนอกจะค่อย ๆ ผ่านเข้ามา แม้ตัวถุงจะมีฉนวนช่วยชะลออยู่ก็ตาม วิธีง่าย ๆ คือ ใส่ Ice Pack หรือเจลเก็บความเย็นเพิ่มเข้าไปด้วย เจลเย็นจะทำหน้าที่เป็นแหล่งความเย็น ส่วนถุงเก็บความเย็นทำหน้าที่ช่วยกักความเย็นนั้นเอาไว้ ทั้งสองอย่างจึงทำงานร่วมกันได้ดีกว่าการใช้ถุงเพียงอย่างเดียว
เพราะคำว่า “เย็น” กับ “แช่แข็ง” ไม่เหมือนกัน เครื่องดื่ม น้ำ ผลไม้ หรืออาหารบางชนิด แค่รักษาให้อยู่ในอุณหภูมิต่ำก็เพียงพอแล้ว แต่เค้กไอศกรีมต้องรักษาส่วนที่เป็นไอศกรีมให้อยู่ในสภาพแช่แข็ง ถ้าอุณหภูมิภายในถุงสูงขึ้นเรื่อย ๆ ตัวไอศกรีมจะเริ่มนิ่มก่อน แม้เมื่อจับกล่องแล้วจะยังรู้สึกเย็นอยู่ก็ตาม
ถ้าเค้กเริ่มนิ่มตั้งแต่ออกจากร้าน ต่อให้ใส่ถุงเก็บความเย็นทันที เวลาที่สามารถเดินทางได้ก็จะสั้นลง ถ้าเป็นร้านเค้กหรือธุรกิจเดลิเวอรี่ ควรนำเค้กออกจากช่องแช่แข็งเมื่อใกล้ถึงเวลาจัดส่งจริง ๆ ไม่ควรวางรอไว้ด้านนอกเป็นเวลานาน
Ice Pack หรือเจลเย็นถือว่าสำคัญมาก สามารถวางเจลเย็นบริเวณด้านล่างและรอบ ๆ กล่องเค้ก เพื่อช่วยลดอุณหภูมิภายในถุง ถ้าถุงมีพื้นที่เหลือมาก ก็อาจต้องเพิ่มจำนวนเจลเย็น เพราะยิ่งมีอากาศว่างภายในเยอะ ความเย็นก็มีพื้นที่ให้สูญเสียมากขึ้น
หลายคนคิดว่าถุงใหญ่ไว้ก่อนน่าจะดีกว่า แต่สำหรับการรักษาความเย็น ใหญ่เกินไปก็ไม่ได้ดีเสมอไป สมมุติกล่องเค้กกว้าง 25 ซม. แต่ใช้ถุงขนาดใหญ่กว่าเกือบสองเท่า ภายในก็จะมีพื้นที่อากาศว่างเยอะ
เลือกขนาดถุงที่ใส่กล่องเค้กพร้อม Ice Pack ได้พอดี จะช่วยจัดพื้นที่ภายในได้ง่ายกว่า
ทุกครั้งที่เปิดถุง อากาศเย็นด้านในจะออก และอากาศอุ่นจากด้านนอกก็เข้ามาแทน ถ้าจัดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ปิดถุงไว้จนถึงปลายทางดีที่สุด หลักการเดียวกันนี้ถูกใช้กับการขนส่งอาหารเย็นด้วย แนะนำให้หลีกเลี่ยงการเปิด ถุงเก็บความเย็นบ่อย ๆ
ให้วางถุงเก็บความเย็นบนพื้นที่เรียบภายในรถ เปิดเครื่องปรับอากาศ และหลีกเลี่ยงบริเวณที่แสงแดดส่องโดยตรง
ถุงเก็บความเย็นบุฟอยล์อะลูมิเนียม ช่วยรักษาความเย็นทั่วไปได้ประมาณ 3–4 ชั่วโมง และเมื่อใช้ร่วมกับเจลเย็นหรือน้ำแข็งแห้ง สามารถยืดได้ถึง 5–6 ชั่วโมงเลยทีเดียว
สำหรับการใช้งานถุงเก็บความเย็นให้ถึงมือลูกค้าก่อนละลาย คือแพ็กเค้กไอศกรีม ใส่กล่องให้เรียบร้อย → นำกล่องใส่ ถุงเก็บความเย็น → เติม Ice Pack เมื่อจำเป็น → ปิดถุงระหว่างเดินทาง → ส่งตรงถึงมือลูกค้า แค่นี้ถุงก็ทำหน้าที่เป็นเหมือนสื่อโฆษณาเคลื่อนที่ และป้องกันสินค้าไม่ให้เสียหาย แถมยังช่วยเพิ่มความประทับใจให้กับลูกค้าได้เป็นอย่างดีค่ะ